0

อาหารสด VS อาหารบาร์ฟ

อาหารสด VS อาหารบาร์ฟ


2020-09-03 01:01:25

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่าอาหารสดมันต่างกับอาหารบาร์ฟยังไง?


แล้วทำไมต้องเรียกว่า 'บาร์ฟ' ทั้งๆ ที่มันก็คืออาหารสด

เอ๊ะ! หรือที่จริงมันก็ไม่ต่างกัน 

หรือเราแค่เรียก ‘บาร์ฟ’ สำหรับอาหารหมาและอาหารแมว

ใครอยากรู้ว่ามันต่างกันยังไงต้องอ่านต่อ



อะไรคืออาหารสด?


อาหารสด หรือที่เราเรียกกันว่า Raw Food หมายถึงอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกและไม่ผ่านความร้อนมากกว่า 40 องศา อาหารสดจะหมายถึงอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นวัตถุดิบที่เราสามารถนำมาประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ กระดูกดิบ ผัก ผลไม้ และยังหมายถึงวัตถุดิบที่นำมาผสมกันจนเป็นเมนูอาหารด้วย อย่างเช่น สลัดปลาแซลม่อนดิบ (ที่เราทานกัน) หรือ ‘บาร์ฟ’ (อาหารสำหรับแมวและสุนัข) ก็ถือว่าเป็นอาหารสดเช่นกัน  



อะไรคืออาหารบาร์ฟ?


บาร์ฟ มาจากคำว่า B.A.R.F ซึ่งย่อมาจาก Biologically Appropriate Raw Food หรือหมายถึงอาหารที่สดดิบที่ไม่ผ่านการปรุงสุกและไม่ผ่านความร้อนมากกว่า 40 องศา

แต่ความแตกต่างของบาร์ฟก็คือ

  1. ต้องเป็นอาหารที่สดดิบและไม่ปรุงรส (ไม่ผ่านความร้อนใดๆ ทั้งสิ้น)
  2. ต้องมีสัดส่วนอาหารที่สมดุลและเหมาะสมกับสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง เช่น บาร์ฟสำหรับสุนัขจะมีสัดส่วนที่ต่างจากบาร์ฟสำหรับแมว สุนัขสามารถทานกระดูกในปริมาณที่เยอะกว่าแมวและสามารถเพิ่มสัดส่วนของผักและผลไม้ได้มากถึง 15% ส่วนบาร์ฟที่เหมาะสมกับแมวจะมีปริมาณกระดูกไม่เกิน 10% และไม่จำเป็นต้องมีส่วนผสมของผักและผลไม้ เน้นเนื้อสัตว์และเครื่องในเป็นหลัก


สรุปง่ายๆ 

บาร์ฟก็คืออาหารสด 

แต่อาหารสดบางชนิดไม่ถือว่าเป็นบาร์ฟ



หลายครั้งที่มือใหม่หัดบาร์ฟเข้าใจผิดว่า อาหารสด กับ บาร์ฟ คือสิ่งเดียวกัน

 

แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ

บางคนกลับคิดว่าการให้อาหารสด(วัตถุดิบอาหารชนิดเดียว)ก็เพียงพอแล้ว 

อย่างเช่น ให้สุนัขทานแต่โครงไก่ดิบ หรือ ให้แมวทานแต่อกไก่สด

แล้วเข้าใจว่าให้แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบาร์ฟแล้ว

 

หากคุณยังเข้าใจผิดแบบนี้อยู่ ขอบอกตรงนี้ก่อนเลยว่า 

ให้รีบเปลี่ยนมาให้บาร์ฟที่สมดุลอย่างด่วนที่สุด

ก่อนที่สัตว์เลี้ยงของคุณจะขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารบางชนิดมากจนเกินไป



แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณให้...


เนื้อสัตว์บก (อกไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ ฯลฯ)

ให้ทุกวันอย่างต่อเนื่องอย่างเดียว > ขาดแคลเซียมเพราะไม่มีส่วนผสมของกระดูก การขาดแคลเซียมจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกแมว กระดูกจะอ่อนและเปราะบาง โตมากระดูกอาจมีสัดส่วนที่ผิดเพี้ยนไป สำหรับแมวโตจะมีอาการอ่อนแรง เหนื่อยง่ายและกล้ามเนื้อกระตุก

ให้น้อยจนเกินไปหรือไม่ให้เลย > ขาดโปรตีน การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างปกติ ในบางเคสร่างกายแมวอาจดึงโปรตีนที่มีอยู่ในกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลง


หัวใจ

ให้ทุกวันอย่างต่อเนื่องอย่างเดียว > ให้มากเกินไปไม่มีผลเสียอะไรนอกจากขาดสารอาหารชนิดอื่นที่ไม่มีในหัวใจ เช่น ขาดแคลเซียมเพราะไม่มีกระดูก หรือขาดวิตามินเอเพราะมีไม่เพียงพอ

ให้น้อยจนเกินไปหรือไม่ให้เลย > ขาดทอรีน ในระยะยาวอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรและอาจมีอาการเหนื่อยง่ายเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ไม่มีแรงปั้มเลือด เลือดคั่งในหัวใจจนอาจทำให้เป็นโรคหัวใจโต


ตับ

ให้ทุกวันอย่างต่อเนื่องอย่างเดียว > อาจทำให้ท้องเสีย ในระยะยาวทำให้เกิดวิตามินเอเป็นพิษ ซึ่งมีส่วนทำให้ร่างกายสร้างมวลกระดูกมากจนผิดปกติ ทำให้กระดูกหนาจนเกินไป เกิดพังผืดตามข้อต่อซึ่งอาจเชื่อมติดกันจนแมวไม่สามารถขยับร่างกายได้ปกติ หรือขยับได้แต่มีอาการเจ็บตามข้อต่อ

ให้น้อยจนเกินไปหรือไม่ให้เลย > ขาดวิตามินเอ ในระยะยาวอาจทำให้แมวสูญเสียการมองเห็นในที่มืด มีอาการเบื่ออาหารน้ำหนักลดลงเนื่องจากกล้ามเนื้อฝ่อลง


โครงไก่ / กระดูก

ให้ทุกวันอย่างต่อเนื่องอย่างเดียว > ทำให้ท้องผูกและได้รับแคลเซียมมากจนเกินไป ร่างกายจึงต้องขับออกจนบางทีอาจขับแคลเซียมออกมากเกินจนกลายเป็นว่าร่างกายมีแคลเซียมไม่เพียงพอและทำให้กระดูกเปราะลงในที่สุด บางเคสอาจทำให้ไตทำงานหนักจนเกินไปและนำไปสู่โรคไตได้เช่นกัน

ให้น้อยจนเกินไปหรือไม่ให้เลย > ขาดแคลเซียม มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกแมว กระดูกจะอ่อนและเปราะบาง โตมากระดูกอาจมีสัดส่วนที่ผิดเพี้ยนไป สำหรับแมวโตจะมีอาการอ่อนแรง เหนื่อยง่ายและกล้ามเนื้อกระตุก


เนื้อสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาแซลม่อน ปลาซาบะ ปลาทูน่า ฯลฯ)

ให้ทุกวันอย่างต่อเนื่องอย่างเดียว > เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารโดยเฉพาะทอรีน นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรและกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ไม่มีแรงปั้มเลือด เลือดคั่งในหัวใจจนทำให้เป็นโรคหัวใจโต

ปลาบางชนิด(ปลาซาบะ ปลาทูน่า)จะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า Thiaminase เป็นตัวที่คอยดักจับ Thiamine (วิตามินบี 1) และทำลายทิ้ง หากให้แมวทานปลาชนิดดังกล่าวในระยะยาวจะเสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี 1 ได้ ในระยะยาว แมวจะผอมซูบ การมองเห็นผิดปกติ มีอาการอ่อนล้า กล้ามเนื้อกระตุกและขาดการประสานงานทำให้เดินเซ

ให้น้อยจนเกินไปหรือไม่ให้เลย > ไม่มีผลเสียอะไรในระยะยาว




สำหรับทุกท่านที่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงของคุณทานอาหารบาร์ฟ


หากต้องการทำบาร์ฟเอง แนะนำให้อ่าน > วิธีทำบาร์ฟ (มีเฉพาะสูตรบาร์ฟแมว)


แต่ถ้ายังไม่มั่นใจทำบาร์ฟเองและกลัวเสี่ยงขาดสารอาหาร

สามารถหาซื้อ 'บาร์ฟแบบสำเร็จรูป' ได้


Tips: วิธีเลือกซื้อบาร์ฟ ให้ดูส่วนผสม

ต้องมีเนื้อ (Muscle meat)

ต้องมีกระดูก (ถ้าไม่มีต้องมีเสริมแคลเซียม)

ต้องมีตับ และ หัวใจ


ถ้าคุณอยากให้บาร์ฟ แต่ทำเองไม่ไหวและกลัวไม่สะดวก

แนะนำ 'บาร์ฟฟรีซดราย'


หากคุณสนใจ ทางเราก็มีจำหน่าย 

ลองไปส่องกันดูได้ "บาร์ฟฟรีซดราย Kyosane"


หรือสั่งซื้อผ่านทาง

Line Shopping

 Shopee


ส่องเกี่ยวกับเราเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram


ติดต่อและสอบถามเราได้ที่ Line ID: @kyosane